แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีวินิจฉัยมะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีวินิจฉัยมะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด

อาการเริ่มแรกของมะเร็งปากมดลูก

ป้ายกำกับ: , , ,

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งปากมดลูกทำอย่างไร? ลักษณะอาการเริ่มแรกของมะเร็งปากมดลูกเป็นอย่างไร หาคำตอบได้ที่บทความนี้ ปัจจุบันการรักษามะเร็งปากมดลูกได้ผลดีมากขึ้นกว่าในอดีต เนื่องจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะในระยะก่อนลุกลามและระยะลุกลามเริ่มแรก โดยในระยะก่อนลุกลามการรักษาได้ผลดีเกือบ100 % ดังนั้นการตรวจค้นหามะเร็งในระยะแรกเริ่มจึงมีความสำคัญมาก โดยสตรีที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้วควรรับการตรวจภายในทุกคน 

อาการเริ่มแรกของมะเร็งปากมดลูก

ลักษณะอาการเริ่มแรกของมะเร็งปากมดลูก

อาการที่อาจจะพบในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปากมดลูกนั้นพบว่า อาจจะพบในผู้ป่วยโรคอื่นได้เช่นกัน ผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้จึงควรที่จะไปปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่แน่ชัด
อาการที่อาจจะพบในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกได้แก่
  • การมีเลือดออกทางช่องคลอด (การตกเลือดทางช่องคลอด) 
  • การมีสารคัดหลั่งผิดปกติออกจากช่องคลอด เช่น ตกขาว 
  • อาการปวดท้องน้อย 
  • อาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ 
  • เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ 
  • เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน 
อาการในระยะหลังเมื่อมะเร็งลุกลามมากขึ้น ได้แก่
  • ขาบวม 
  • ปวดหลังรุนแรง ปวดก้นกบและต้นขา 
  • ปัสสาวะเป็นเลือด 
  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด 
หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจคัดกรองหรือการตรวจวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกต่อไป เพราะถ้าตรวจพบมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ระยะแรกๆ จะมีโอกาสในการหายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่า

สำหรับวิธีวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกอ่านที่บทความ : การวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก 

ที่มา: [1] http://medinfo2.psu.ac.th
          [2] http://www.chulacancer.net


การวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก (Diagnosing cervical cancer)

ป้ายกำกับ: ,

สำหรับบทความนี้จะพูดถึงวิธีวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก (Diagnosing cervical cancer) เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ มะเร็งปากมดลูกระยะแรกๆ นั้นอาจจะไม่มีอาการหรืออาการแสดงใดๆเลยก็ได้ ดังนั้นผู้หญิงทุกคนจึงควรตรวจเช็คมะเร็ง ปากมดลูกทุกปีเพราะถ้าตรวจพบมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ระยะแรกๆ จะมีโอกาสในการหายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่า

วิธีวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก

การตรวจที่สามารถวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกได้ ได้แก่

1. การตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูกโดยการทำแป๊บ ( Pap smear ) 
เป็นการเก็บเซลล์จากบริเวณพื้นผิวของปากมดลูกและช่องคลอดโดยใช้สำลีพันปลายไม้ แปรง หรือ แท่งไม้เล็กๆ ขูดเบาๆบริเวณปากมดลูกและช่องคลอดแล้วป้ายลงบนแผ่นสไลด์จากนั้น แพทย์จะส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูเซลล์ดังกล่าว และหาความผิดปกติของเซลล์เหล่านั้น การตรวจวิธีนี้ เรียกว่า การตรวจแป๊บ ( Pap test )

2. การตรวจคอลโปสโคป ( Colposcopy ) 
เป็นการตรวจปากมดลูกและช่องคลอดโดยการส่องกล้องขยาย ตรวจหาบริเวณที่ผิดปกติจากนั้นอาจจะมีการเก็บเนื้อเยื่อไปตรวจโดยการใช้อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายช้อนเล็กๆขูดบริเวณที่ผิดปกติ แล้วนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาความผิดปกติต่อไป 

Colposcopy มะเร็งปากมดลูก
Colposcopy
3. การตัดชิ้นเนื้อ ( Biopsy ) 
เป็นการตัดชิ้นส่วนเล็กๆของเนื้อเยื่อออกมาจากปากมดลูกที่ผิดปกติ จากนั้นพยาธิแพทย์จะนำมาตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง โดยปกติจะทำการตัดชิ้นเนื้อเมื่อมีการตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูกโดยการทำแป๊บแล้วผิดปกติ การตัดชิ้นเนื้อในบางรายอาจทำเป็นการตัดชิ้นเนื้อรูปโคน ( Cone biopsy ) ซึ่งจะได้ชิ้นเนื้อจากปากมดลูกขนาดใหญ่กว่า

4. การตรวจภายใน (Pelvic exam)
เป็นการตรวจช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ รังไข่ และทวารหนัก โดยการใช้นิ้วมือหนึ่งหรือสองนิ้วของมือข้างหนึ่งใส่ถุงมือและหล่อลื่นด้วยน้ำยาหล่อลื่นสอดเข้าในช่องคลอด และวางมืออีกข้างหนึ่งที่บริเวณท้องน้อยของผู้ป่วยเพื่อจะได้รู้ถึงขนาด รูปร่าง และตำแหน่งของมดลูกและรังไข่และยังมีการตรวจอีกอย่างหนึ่ง คือการใช้เครื่องมือซึ่งเรียกว่า สเปคคูลัม (Speculum) ซึ่งเป็นเหล็กที่มีรูปร่างคล้ายปากเป็ด สอดเข้าไปในช่องคลอดเพื่อดูความผิดปกติของช่องคลอดและปากมดลูก โดยอาจจะทำการตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก โดยการทำแป๊บในขณะใส่เครื่องมือนี้ด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการตรวจทางทวารหนัก โดยการใช้นิ้วมือซึ่งใส่ถุงมือและหล่อลื่นแล้ว สอดเข้าในทวารหนัก เพื่อตรวจหาก้อนหรือบริเวณที่ผิดปกติได้

5. การขูดเนื้อเยื่อบริเวณด้านในของปากมดลูก (Endocervical curettage)
เป็นการใช้อุปกรณ์ซึ่งมีลักษณะคล้ายช้อนอันเล็กๆ ขูดเซลล์หรือเนื้อเยื่อที่อยู่ในรูของปากมดลูก จากนั้นเนื้อเยื่อตัวอย่างที่ได้จากการขูดออกมานั้นจะถูกส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาเซลล์มะเร็งการขูดมดลูกนี้ ในบางครั้งอาจทำพร้อมกันกับการตรวจคอลโปสโคปด้วย
Cone biopsy
Cone biopsy 

สำหรับการเตรียมตัวก่อนรับการตรวจค้นหามะเร็งในระยะแรกด้วยการตรวจแปปสเมียร์
  • ไม่ควรมีการตรวจภายในมาก่อน 24 ชั่วโมง 
  • ห้ามสวนล้างภายในช่องคลอดมาก่อน 24 ชั่วโมง 
  • งดการมีเพศสัมพันธ์คืนวันก่อนมารับการตรวจภายใน 
  • ไม่ควรเหน็บยาใด ๆ ในช่องคลอดมาก่อน 48 ชั่วโมง 
  • ควรมารับการตรวจมะเร็งหลังประจำเดือนหมดแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่ไม่มีประจำเดือนแล้วให้มาได้ตามสะดวก